บล็อก หน้า 8

Surface Book and Surface Pro Groups Fansite

0

https://www.youtube.com/watch?v=6Gh4o9IqeEU

https://www.facebook.com/groups/SurfaceThai
https://www.facebook.com/Surface-Book-Surface-Pro-906202812795053/

เข้ากลุ่ม #Surface ร่วมกับเราได้ที่นี่ https://www.facebook.com/groups/SurfaceThai/

Posted by Surface Book & Surface Pro on 15 ตุลาคม 2015

Review Surface Pro3 core i5 RAM 4GB 128GB

0

เมื่อนักเขียนการ์ตูนชื่อดัง ได้สัมผัส Surface Pro 3

Unbox and Review Draw
http://tv.64tk.com/surface

Review AIS Super wifi แรงมาก วิ่ง 200Mbps+ ช่วยกันใช้หน่อย iPad mini4

0

สถานที่ Siam Palagon ชั้น 5 (หน้าโรงหนัง)

เวลา 21:30 น.

ทดสอบวันที่ 14/10/2015

Device : iPad mini4 wifi 64GB

สัญญาณ AIS Super WIFI 650Mbps

เทปเก่าครับ

 

 

 

Review iPad mini4 นี่คือ iPad Air2 ย่อส่วน

0

Screenshot (46) 12111910_10205992299980914_1550273374572883828_n 12108143_10205992276860336_9159926602432196075_n 12118922_10205992256899837_7105288458306437558_n 12079498_10205992256579829_785036700684325146_n 12118601_10205991726686582_8404613527901809419_n 12107252_10205991726526578_7550855812070320565_n 12143278_10205991726206570_6356688902571394306_n 12119015_10205991725966564_3202166816537054856_n 12108890_10205991725846561_2077064335485582100_n 12143127_10205991725726558_471062124234604136_n 12112064_10205991725606555_1213135199524493581_n 12106904_10205991725046541_4537475087308511939_n 11221893_10205991724846536_8109454499644972372_n 12096634_10205991724446526_1828215933785690539_n 12106778_10205991724606530_4639434892318883637_n 12118893_10205991724086517_3604968465562359120_n 12068623_10205991837529353_5727168838286571981_o 12141585_10205991723886512_41510002724060961_n 12107130_10205991723766509_3581949758111637264_n

iPad mini4 เป็นเหมือนรุ่น iPad Air2 ที่ถูกย่อส่วนลงมา โดยฟีเจอร์ทั้งหมดใน iPad Air2 บน iOS9 ตามมาทั้งหมด
ส่วนกล้องก็อัพเกรดให้เทียบเท่ากับ iPad Air2 แต่ CPU ตัวเดียวกันแต่ความเร็วไม่เท่า โดย iPad mini4 ใช้ความเร็ว CPU เดียวกับ iPhone6
นอกจากนี้ในเครื่องยังมี RAM 2GB ทำให้ทำงานได้ลื่นไหล
ส่วนการทำงาน 2 หน้าจอ ทำได้ดี และรวดเร็ว ทำให้สามารถดูหนังพร้อมกับเล่นเฟสบุ้คหรือตอบไลน์ไปพร้อมกันได้ครับ

12096136_10205991593643256_7766875109965406438_n 12119179_10205991593443251_5018704324771798923_n 12140798_10205991593243246_533979966822903394_n 12115498_10205991593123243_1666190345926554514_n 12109188_10205991593003240_8528813930274871976_n 11221701_10205991592883237_2166633003667365100_n

 

Screenshot (47) Screenshot (49) Screenshot (51) Screenshot (52) Screenshot (53)

เปรียบเทียบ iPad Air2 กับ iPad mini4 ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.apple.com/th/ipad/compare/

Screenshot_2015-10-13-11-35-04

วิธีการเขียนหนังสือขาย

0

ขั้นตอนการเขียนหนังสือมีดังนี้

1.ต้องรู้ว่าตัวเองอยากจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับแนวไหน มีความรู้ในข้อมูลหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องเขียนมากเพียงพอหรือไม่

2.เรื่องที่จะเขียนซ้ำกับคนอื่นมากน้อยเพียงไร ถ้าเป็นประสบการณ์ก็ควรเป็นแบบที่คนอื่นมีโอกาสพบเจอได้ยาก ทำให้เกิดความอยากรู้

3.ควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ยิ่งถ้าเขียนให้คนทุกระดับสามารถอ่านได้เข้าใจไม่ต้องแปลความหมายจะยิ่งดี

4.การเขียนควรใช้พิมพ์จะดีกว่า แต่ก็ไม่มีข้อห้ามเรื่องใช้มือเขียน เพราะสมัยก่อนนักเขียนเขาก็ใช้มือเขียนกันทั้งนั้น สำหรับการที่เราพิมพ์เองกับบอกเล่าแล้วให้คนอื่นพิมพ์ให้มันมีความภูมิใจต่างกัน รวมทั้งคนอื่นอาจตัดต่อแต่งเติมเกินกว่าสิ่งที่เราต้องการเขียนด้วย

5.เนื้อหาต้องไม่วกไปวนมาหาจุดจบไม่ได้ การดำเนินเรื่องต้องให้เป็นไปตามขั้นตอน อย่าลัดจนไม่เข้าใจ และควรเขียนให้คนอ่านนึกภาพออกได้ยิ่งดี

6.การตรวจผลงาน ผมแนะให้ทดลองทำเป็นรูปเล่มใช้กระดาษA4 แล้วให้เพื่อนๆหรือคนรู้จักอ่านโดยอย่าบอกว่าเป็นเราเขียน แล้วขอคำวิจารณ์ จากนั้นนำข้อวิจารณ์มาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วลองให้เพื่อนๆอ่านอีกจนกว่าจะได้รับคำชมว่าใช้ได้ จากนั้นจึงนำเสนอสำนักพิมพ์

7.การเสนอสำนักพิมพ์ก็ให้เลือกที่เขาพิมพ์แนวเขียนของเรา ทำเป็นรูปเล่มแบบเดียวกับที่เราให้เพื่อนอ่านส่งไปให้เขา ที่อยู่ก็ให้ดูในหนังสือของแต่ละสำนักพิมพ์ซึ่งจะมีเขียนไว้ แล้วโทรถามว่าจะเสนอผลงานได้ที่ฝ่ายไหน กับใคร จากนั้นก็ส่งต้นฉบับไปให้เขาหรืออาจจะไปส่งด้วยตัวเองก็ได้

8.ติดตามขอทราบผลการพิจารณาเป็นระยะ ถ้าเขาผลัดเกิน 3 ครั้งก็ควรเปลี่ยนสำนักพิมพ์ใหม่เพื่อนำเสนอ แต่ไม่ควรเสนอพร้อมกันหลายสำนักพิมพ์

9.ถ้าสำนักพิมพ์สนใจงานของเรา เขาจะติดต่อกลับ ซึ่งก็อาจจะมีการขอให้เพิ่มเติมข้อมูลหรือแก้ไขต้นฉบับบ้าง จากนั้นก็เป็นการตกลงในเรื่องสัญญาการพิมพ์

10.ส่วนใหญ่นักเขียนจะได้ค่าเขียนในอัตรา 10% ของราคาหนังสือ คูณจำนวนพิมพ์ในแต่ละครั้ง และได้รับหนังสือฟรี 1%ของจำนวนพิมพ์ในแต่ละครั้ง ถ้าซื้อเองจะได้ส่วนลด30-35% เมื่อพิมพ์เพิ่มก็จะได้ค่าเรื่องครั้งละ10%เช่นกัน

ยังไงก็ขออวยพรให้ความตั้งใจที่จะเป็นนักเขียนประสบความสำเร็จนะครับ

หมายเหตุ…หนังสือ 1 เล่ม ค่านักเขียน 10% ,ค่าจัดพิมพ์ ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง เบ็ดเตร็ด 20-30 % ,ส่วนลดให้ยี่ปั๊ว 35% ,เหลือให้สำนักพิมพ์25-35% ถ้าขายหมด ขายดี พิมพ์ซ้ำ สำนักพิมพ์ก็มีกำไรมาก ถ้าขายได้ปานกลางก็มีกำไรนิดหน่อย ถ้าขายไม่ดีก็ขาดทุน

การเขียนหนังสือให้เป็นเล่ม เขียนไม่ยาก แต่เป็นงานหนักเอาการ พอสมควร เริ่มต้นด้วย
1. หาสิ่งที่ี่มีอยู่ในตัวคุณ
1.1 ทำไมอยากเขียนหนังสือ ถามตัวเองจริงจังเลยนะ เพราะสิ่งนี้มันจะเป็นแรงบันดาลให้คุณทำงานที่ค่อนข้างหนักในอนาคตได้สำเร็จ
1.2 อยากเขียนหนังสืออะไร ท่องเที่ยว วิชาการ รวมบทกลอน ธรรมะ ธุรกิจ How to ฯลฯ
1.3 ทำไมเลือกเขียนแนวนี้ ชอบ อยากรู้ น่าจะขายได้ มีความรู้ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี อยากเผยให้คนอื่นรู้บ้าง นำเสนอทฤษฎีใหม่ ๆ ฯลฯ
1.4 คุณพอจะมีไอเดียเกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียนแล้วหรือยัง
1.5 ขยายไอเดียได้แค่ไหน ให้คุณขยายไอเดียของคุณออกมาให้สุด ๆ เลย มันจะเป็นอะไรก็ได้ในตอนนี้ เขียนออกมาให้หมดก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาตัดต่อ หาเพิ่มเติมเอาอีก
1.6 คิดอยากให้หนังสือออกมาในอารมณ์ไหน แม้จะเขียนหนังสือวิชาการก็ให้มันมีอารมณ์ขันได้นะ

2. เดินดูตลาด
ไปที่ห้องสมุด ร้านหนังสือ มองหาหนังสือในแนวที่คุณจะเขียนมีไหม ? แล้วก็อ่าน ๆ ๆ ๆ ๆ ดูว่า สิ่งที่คุณคิดจะเขียนแตกต่างไปจากแนวที่มีในตลาดหรือเปล่า ? หนังสือเหล่านั้นเป็นที่พอใจของคุณไหม ? มีตรงที่คุณคิดว่าคุณจะแทรกไอเดียที่แตกต่างจากนี้ไปได้บ้าง ? หากคิดจะเขียนอย่าไปคิด ว้า … มีคนเขียนออกมาแล้วไม่เขียนดีกว่า เด็ดขาด เรื่องเดียวกัน คนละคนเขียน มันออกมาต่างกันไปเลย เชื่อเถอะ

3. วางเค้าโครงของหนังสือ
3.1 ก่อนอื่นและสำคัญที่สุด คุณต้องตั้งเป้าหมายหรือจุดประสงค์ของหนังสือเล่มนี้ก่อนว่า สิ่งที่อยู่ในหนังสือทั้งหมด เขียนขึ้นมาเพื่ออะไร คนอ่านจะได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้
3.2 จดรายการหัวข้อเรื่องที่คุณจะให้มีในหนังสือของคุณ ดูว่าหัวข้อที่มีมันสนับสนุนวัตถุประสงค์ของหนังสือเล่มนี้หรือเปล่า
3.3 วางลำดับเรื่องที่คุณจะเขียน ข้อนี้สำคัญมาก ถ้าคุณเขียนหนังสือเกี่ยวกับวิชาการ จะต้องรู้สิ่งที่หนึ่งก่อน จึงจะเข้าใจในสิ่งที่สอง สาม สี่ต่อไป ได้
3.4 แบ่งเป็นบท ๆ ใส่ชื่อบท และหัวข้อของเนื้อหาที่จะมีในแต่ละบท
3.5 ตรวจสอบหัวข้อของเนื้อหาในแต่ละบทให้ถี่ถ้วน จนคุณพอใจ คุณเข้าใจในสิ่งที่คุณจะเขียนลงในหนังสืออย่างชัดเจนถี่ถ้วนตลอดทั้งเล่มแล้ว

4. หาข้อมูลเพิ่มเติม
ในสิ่งทีคุณยังไม่รู้ ในสิ่งที่คุณต้องการจะอธิบาย หรือหาเป็นหลักฐานสนับสนุนความคิดของคุณ

5. ลงมือเขียน
5.1 เลือกรูปแบบการเขียน เกี่ยวกับการ ถามตอบ จดหมายเดินทาง บันทึกเดินทาง แต่งเป็นเรื่องราว วิชาการ หรือบรรยายไปที่ละเรื่องทีละบท
5.2 จัดเวลาในการเขียน เขียนทุกวัน
5.3 ไม่มีกฎตายตัวนะว่า คุณจะต้องเขียนหนังสือจากข้างหน้าไปข้างหลัง บทแรกไปบทสองตามลำดับ ฉีกแนวไปตามความพร้อมหรือความพอใจของคุณก็ได้

6. ตรวจแก้ต้นฉบับแรก
6.1 อ่านด้วยตัวเอง ถามตัวเองว่าพอใจในสิ่งที่เขียนลงไปหรือไม่ ถ้ายังไม่พอใจ รู้เถอะ คนอ่านก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ และถ้าคิดว่าตัวเองพอใจแล้ว ก็อย่าแน่ใจนะคนอ่านจะพอใจ ดูดี ๆ
6.2 ขัดเกลาเนื้อหา อันไหนควรเพิ่มอันไหนควรตัด
6.3 ตรวจความถูกต้องของตัวสะกด
6.4 ตรวจความถูกต้องของข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องตัวเลข
6.5 ให้ใครสักคนที่คุณไว้ใจช่วยอ่านงานเขียนของคุณ แล้วพิจารณาคำเสนอแนะของเขา ยิ่งถ้าคนอ่านไม่มีความรู้ในหนังสือที่คุณเขียนเลย ถ้าเขาอ่านแล้วเข้าใจ ก็พอพิสูจน์ ยืนยันได้ในเบื้องต้นว่าคุณทำสำเร็จแล้ว

7. ตั้งชื่อหนังสือ
สำคัญมากเรื่องนี้ หนังสือดีถ้าตั้งชื่อไม่ดี โอกาสที่คนอ่านจะผ่านไม่สนใจมีมาก ดังนั้น ชื่อเรื่องต้องตั้งให้ กระชากใจ คนอ่าน ยิ่งถ้าเป็นหนังสือพวก How to ควรตั้งชื่อเรื่องที่คนอ่านรู้สึกว่าอ่านแล้วจะทำได้อย่างนั้นทันทีแน่นอน ในเวลาที่ไม่นานด้วย ถ้าเป็นหนังสือพวกแนะนำท่องเที่ยวเดินทาง การตั้งชื่อจะออกมาในแนวหรูหราหน่อยก็ได้ สำหรับหนังสือวิชาการ ก็อย่าคิดว่าจะตั้งชื่อที่เร้าใจไม่ได้ ไม่ว่าหนังสือประเภทไหน ก็ตั้งได้ทั้งนั้น ลองใช้วิธีระดมสมองแบบ free writing สร้างชื่อเรื่องของคุณ คุณจะเจออะไรเด็ด ๆ ในตัวคุณอีกเยอะ

8. การวางรูปแบบหน้าหนังสือ
8.1 หน้าปก การจัดหน้าภายใน
8.2 รูปภาพประกอบ
8.3 สี
8.4 อื่น ๆ ที่ยังขาดตกบกพร่องในเรื่องนั้น ๆ ควรมี

หน้าปก อย่าให้มันฉูดฉาด รกรุงรัง เอาแบบเรียบง่าย เป็นระเบียบเข้าไว้ก่อนจะดีกว่า

9. การนำสู่ตลาด ตัดสินใจเอาเองว่า คุณจะเลือกใช้วิธีไหน
เขียนหนังสือให้เป็นเล่ม

หาสิ่งที่ี่มีอยู่ในตัวคุณ
1. ทำไมอยากเขียนหนังสือ ถามตัวเองจริงจังเลยนะ เพราะสิ่งนี้มันจะเป็นแรงบันดาลให้คุณทำงานที่ค่อนข้างหนักในอนาคตได้สำเร็จ
2. อยากเขียนหนังสืออะไร ท่องเที่ยว วิชาการ รวมบทกลอน ธรรมะ ธุรกิจ How to ฯลฯ

3. ทำไมเลือกเขียนแนวนี้ ชอบ อยากรู้ น่าจะขายได้ มีความรู้ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี อยากเผยให้คนอื่นรู้บ้าง นำเสนอทฤษฎีใหม่ๆ ฯลฯ
4. คุณพอจะมีไอเดียเกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียนแล้วหรือยัง อันนี้ไม่เป็นไรนะ ถ้าหากคุณมีแล้วก็ดี ถ้ายังไม่มีก็ไปหา้เอาได้
5. ขยายไอเดียได้แค่ไหน ถ้ามีแล้ว ให้คุณขยายไอเดียของคุณออกมาให้สุดๆเลยนะ มันจะเป็นอะไรก็ได้ในตอนนี้ เขียนออกมาให้หมดก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาตัดต่อ หาเพิ่มเติมเอาอีก
6. คิดอยากให้หนังสือออกมาในอารมณ์ไหน
เดินดูตลาด
ไปที่ห้องสมุด ร้านหนังสือ มองหาหนังสือในแนวที่คุณจะเขียนมีไหม? แล้วก็อ่านมากมาก ดูว่า สิ่งที่คุณคิดจะเขียนแตกต่างไปจากที่มีในตลาดหรือเปล่า? หนังสือเหล่านั้นเป็นที่พอใจของคุณไหม? มีตรงที่คุณคิดว่าคุณจะแทรกไอเดียที่แตกต่างจากนี้ไปได้บ้าง?

วางเค้าโครงของหนังสือ
1. ก่อนอื่นและสำคัญที่สุด คุณต้องตั้งเป้าหมายหรือจุดประสงค์ของหนังสือเล่มนี้ก่อนว่า สิ่งที่อยู่ในหนังสือทั้งหมด เขียนขึ้นมาเพื่ออะไร คนอ่านจะได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้
2. จดรายการหัวข้อเรื่องที่คุณจะให้มีในหนังสือของคุณ ดูว่าหัวข้อที่มีมันสนับสนุนวัตถุประสงค์ของหนังสือเล่มนี้หรือเปล่า

3. วางลำดับเรื่องที่คุณจะเขียน อันนี้สำคัญนะถ้าคุณเขียนหนังสือเป็นเกี่ยววิชากากรที่ต้องรู้สิ่งที่หนึงก่อน จึงจะเข้าใจในสิ่งที่สอง สาม ต่อไป

4. แบ่งเป็นบทๆ ใส่ชื่อบท และหัวข้อของเนื้อหาที่จะมีในแต่ละบท
5. ตรวจสอบหัวข้อของเนื้อหาในแต่ละบทให้ถี่ถ้วน จนคุณพอใจ คุณเข้าใจในสิ่งที่คุณจะเขียนลงในหนังสืออย่างชัดเจนถี่ถ้วนตลอดทั้งเล่มแล้ว

หาข้อมูลเพิ่มเติม
ในสิ่งทีคุณยังไม่รู้ ในสิ่งที่คุณต้องการจะอธิบาย หรือหาเป็นหลักฐานสนับสนุนความคิดของคุณ

ลงมือเขียน
1. เลือกรูปแบบการเขียน ( ถามตอบ จดหมายเดินทาง บันทึกเดินทาง แต่งเป็นเรื่องราว หรือบรรยายไปที่ละเรื่องละบท )
2. จัดเวลาในการเขียน เขียนทุกวัน

3. ไม่มีกฎตายตัวนะว่า คุณจะต้องเขียนหนังสือจากข้างหน้าไปข้างหลัง บทแรกไปบทสองตามลำดับ ฉีกแนวไปตามความพร้อมหรือความพอใจ

ตรวจแก้ต้นฉบับแรก
1. อ่านด้วยตัวเอง พอใจในสิ่งที่เขียนลงไปหรือไม่ ถ้ายังไม่พอใจ คนอ่านรู้สึกไม่แตกต่างกัน และถ้าคิดว่าตนเองพอใจแล้ว ก็อย่าแน่ใจว่าคนอ่านจะพอใจ
2. ขัดเกลาเนื้อหา อันไหนควรเพิ่มอันไหนควรตัด
3. ตรวจความถูกต้องของตัวสะกด
4. ตรวจความถูกต้องของข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องตัวเลข
5. ให้ใครสักคนที่คุณไว้ใจช่วยอ่านงานเขียนของคุณ แล้วพิจารณาคำเสนอแนะของเขา ยิ่งถ้าคนอ่านไม่มีความรู้ในหนังสือที่คุณเขียนเลย เขาอ่านแล้วเข้าใจ คุณก็ทำสำเร็จไปเรื่องละ

ตั้งชื่อหนังสือ
สำคัญมากเรื่องนี้ หนังสือดีถ้าตั้งชื่อไม่ดี โอกาสที่คนอ่านจะผ่านไม่สนใจมีมาก ดังนั้นชื่อเรื่องต้องตั้งให้ กระชากใจ คนอ่าน ยิ่งถ้าเป็นหนังสือพวก How to ควรตั้งชื่อเรื่องที่คนอ่านรู้สึกว่าอ่านแล้วจะทำได้อย่างนั้นทันทีแน่นอน ในเวลาที่ไม่นานด้วย ถ้าเป็นหนังสือพวกแนะนำท่องเที่ยวเดินทางการตั้งชื่อจะออกมาในแนวหรูหราหน่อยก็ได้ สำหรับหนังสือวิชาการก็อย่าคิดว่าจะตั้งชื่อที่เร้าใจไม่ได้นะ ไม่ว่าหนังสือประเภทไหน ก็ตั้งได้ทั้งนั้น ลองใช้วิธีระดมสมองแบบ free writing สร้างชื่อเรื่องของคุณเถอะ คุณจะเจออะไรเด็ดๆ ในตัวคุณอีกเยอะ

การวางรูปแบบหน้าหนังสือ
1. หน้าปก การจัดหน้าภายใน
2. รูปภาพประกอบ
3. สี
4. ฯลฯ
ยกเว้นหน้าปก ขอแนะนำว่า อย่าให้มันฉูดฉาด รกรุงรัง เอาแบบเรียบง่าย เป็นระเบียบเข้าไว้ก่อนจะดีกว่า
การนำสู่ตลาด
ตัดสินใจเอาเองว่า คุณจะเลือกใช้วิธีไหน
ส่งสำนักพิมพ์ให้พิจารณาจัดพิมพ์ (หากจะเลือกใช้วิธีนี้อาจจะรู้คำตอบช้าหน่อยนะสำหรับนักเขียนใหม่ ดังนั้นก่อนจะลงมือเขียนคุณควรติดต่อไถ่ถามสำนักพิมพ์ที่คุณหมายตาเอาไว้ก่อนนะ ว่าเขาสนใจในแนวที่คุณจะเขียนหรือเปล่า )
พิมพ์เอง แต่แค่มีเงินยังไม่พอนะ ควรจะมีความรู้เกี่ยวกับการทำหนังสือพอควรทีเดียว ไม่เช่นนั้นหนังสืออาจจะออกมาไม่ใช่อย่างที่คุณต้องการก็ได้
ทำเป็นหนังสือทำมือ ก็กำลังฮิตนะ ถ้าเป็นเรื่องสั้นๆ ไม่หนามาก
ทำเป็นหนังสือ E-book นี่ก็มาแรงไม่เปล่า ไม่ยากด้วยทำแล้วก็ไปฝากขายตามเวปที่รับฝากขาย หรือจะทำเวปขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการขายหนังสือก็ได้
แนะนำพอสังเขป แต่อย่างว่าละมันไม่มีวิธีตายตัวหรอกในการเขียนหนังสือ สไตล์ใครก็สไตล์มัน หากอยากรู้อะไรเพิ่มเติม ก็ถามไถ่มาได้ ถ้าไม่มีก็รีบไปเขียนหนังสือให้เป็นเล่มได้เลย

ที่มา : https://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20080420163740AAU1Rmv
http://www.forwriter.com/mysite/forwriter.com/newwriterroom/newwritebook.htm

Review สายต่อมือถือขึ้นทีวี MHL Phone to TV

0

ราคา 350 บาท รองรับ Samsung Galaxy S3, S4, S5, Note2, Note3

Review AUKEY POWER BANK Quick Charge 2.0

0

 

หลังจากเปลี่ยน Samsung Galaxy Note4  https://www.youtube.com/watch?v=zqxGaGd-nWg
มาเป็น Samsung Galaxy Note5  https://www.youtube.com/watch?v=6mgxx5HwjFM
พบปัญหา Power Bank รุ่นที่สายชาร์ต 2.1A ชาร์ตได้ช้า พอใช้จริง ใช้ไป แล้วแบตไม่ขยับ คือไม่ลด แต่ก็ไม่เพิ่ม
สุดท้ายก็พบกับ Power Bank ยี่ห้อ AUKEY มี 2 รุ่น
รุ่น ราคา 990 บาท จุ  10400 mAh มีช่องเสียบ 1 ช่อง
รุ่น ราคา 1,490 บาท ความจุ 15,000 บาท มีช่องเสียบชาร์ต 2 ช่อง
ซึ่งทั้งสองรุ่นรองรับ Fast Charge ตอนไฟเข้าด้วยครับ
หากต้องการสั่งซื้อสามารถสั่งซื้อได้ที่ http://shop.se-update.com/aukey

ในกล่องแถมคู่มือ และสาย USB มาให้ แต่ไม่มีหัวชาร์ต แนะนำหากต้องการหัวชาร์ตสั่งซื้อจากศูนย์ Samsung Service
ราคาประมาณ 535 บาทครับ แต่ราคามีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับ ค่าแลกเปลี่ยนและค่าแรงในช่วงนั้นครับ

12066072_10205942212608761_6253570386274401398_n 12122741_10205942209848692_8189839041158255459_n


12141727_10205936763792544_650991390885454645_n11059963_10205938046344607_8319686599973675894_n
12036635_10205938050904721_8731327788423991397_n  12045272_10205941880640462_5506464205846412031_o
เมื่อทดลองชาร์ตกับเครื่องชาร์ตที่รองรับ Quick Charge 2.0 ขึ้น ชาร์ตด่วน ใน Samsung Galaxy Note5
12063428_10205932969657693_1438985551306573911_n 12074555_10205941868920169_8839290544855966364_n 12074689_10205941879960445_1687800066979527226_n
เครื่อง Power Bank รองรับ Quick Charge ตอนไฟเข้า และเมื่อชาร์ตไฟจะมีไฟขึ้น หากไฟติดค้าง 4 ดวงแสดงว่าไฟเต็มแล้ว

12087073_10205938049264680_1995629248963106080_o

12088438_10205941868680163_8138754231139012910_n
ไม่แนะนำให้ชาร์ตกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพราะจะไม่ขึ้นชาร์ตด่วน ต้องชาร์ตกับไฟบ้านเท่านั้น

12140923_10205941868560160_5847294080804680761_o
หากใช้ Power Bank ทั่วไปในตลาดที่ไม่รองรับ Quick Charge 2.0 ใน Samsung Galaxy Note5 จะขึ้นว่า การชาร์ตแบบต่อสาย

12039343_10205938047744642_6097402618981450599_n
้าน SEUPDATE สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่นี่ครับ http://shop.se-update.com/aukey

Review Samsung Galaxy S6 edge Plus

0

ภาพสวยแบบนี้ คุณก็ทำได้ เป็นสโลแกนของ Samsung Galaxy S6 edge+ หน้าจอใหญ่ 5.7 นิ้ว
เพิ่ม RAM เป็น 4GB จากเดิมที่ Samsung Galaxy S6 edge รุ่นหน้าจอ 5.1 นิ้วมี RAM 3 GB
พร้อมโหมดโปร สำหรับถ่ายภาพที่เหมือนกล้อง DSLR
พร้อมระบบ Selfie ด้วยฝ่ามือ
ราคาเริ่มต้น 26,900 บาท จำหน่ายแล้ววันนี้

Unbox แกะกล่อง Android TV Box ชื่อ HIMEDIA Q8

0


ผมต้องการประหนัดเงิน ไม่มีเงินซื้อ smart tv ของ samsung ราคา 17900 บาท
จึงไปซื้อจอคอมถูกๆ 4790 บาทใส่กล่อง android tv 2990 บาท ลำโพงคอม อันละ 270 บาท ก็ดูทีวีได้

 

เว็บไซต์ดูทีวีบนเว็บ

0

ผมซื้อ กล่อง Android TV Box มา http://tv.64tk.com/androidtvbox/
แต่ประสบปัญหาไม่มีแอพดูทีวีที่ดีเลย มีแต่แอพใช้ไม่ได้ ไม่ก็มีโฆษณาเกะกะตลอดเวลา
จึงตัดสินใจรวบรวมเว็บไซต์เพื่อให้เพื่อนๆ ที่ใช้ android tv box ได้ทำการเปิดดูทีวีแบบเต็มจอได้ง่ายขึ้น

 

http://tv.sanook.com/

Screenshot (42)

 

http://www.stat.or.th/v3/

Screenshot (41)

 

 

http://tv.siamza.com/

Screenshot (43)

http://tv.truelife.com/live/listall

Screenshot (40)

112 โพสต์0 ความคิดเห็น